การหกล้มในผู้สูงอายุ

            ผู้สูงอายุหลายคน เมื่อไปพบแพทย์ มักจะมีความคาดหวังว่าแพทย์ต้องให้การรักษา หรือให้ยาที่จะทำให้หายจากโรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วทันทีทันใด แต่ในความเป็นจริงการป้องกันหรือรักษาอาการป่วยต่างๆ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสิ่งสำคัญคือการดูแลตนเองก่อนที่โรคเหล่านั้นจะพัฒนาไปถึงขั้นที่รักษาไม่หายหลายโรคในผู้สูงอายุสามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเกิดโรค เช่น เบาหวาน ความดัน โรคข้อเข่าต่างๆ หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงอาการหกล้มในผู้สูงอายุ ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายในบ้าน และสภาพร่างกายของผู้สูงอายุเอง

          การออกกำลังกายที่หยิบยกมานำเสนอในหนังสือเล่มนี้ ได้มาจาการการทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิชาการถึงวิธีการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ และนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย ซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายง่ายๆ สามารถทำเองได้ที่บ้าน หรือทำเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ เช่น อันตรายจากกาการหกล้มการประเมินความเสี่ยงการหกล้มด้วยตนเอง หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะมาช่วยป้องกันการหกล้ม ร่วมทั้งหากผู้สูงอายุเกิดหกล้ม จะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือชุดนี้จะช่วยเป็นยาขนานเอกในการป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุหกล้ม และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และมีอายุยืนยาว

1.ผู้สูงอายุหกล้มเรื่องใหญ่
การหกล้มสำหรับเด็ก อาจเป็นบทเรียนเพื่อสั่งสมประสบการณ์และสร้างให้เด็กมีความอดทน แต่ถ้าการหกล้มเกิดขึ้นในผู้สูงอายุอาจกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต ก่อให้เกิดความพิการ หรือแม้กระทั่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเลยทีเดียว

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มหกล้มร้อยละ 28-35 ต่อปีและจะเพิ่มเป็นร้อยละ 32-42เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไป สามารถสรุปได้ว่าความเสี่ยงของการหกล้มจะยิ่งมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมีโรคประจำตัว เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีปัญหาเรื่องการทรงตัว

ผู้สูงอายุหกล้ม…
เสี่ยงแค่ไหนต่อการเสียชีวิต
            การหกล้มเบาๆ เช่นลุกจากเตียงแล้วหกล้มก้นกระแทก อาจส่งผลทำให้เกิดกระดูกสะโพกหรือกระดูกสันหลังหัก โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนนอกจากนี้การหกล้มศีรษะกระแทกพื้น อาจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมอง ซึ่งอาการกระดูกสะโพกหัก และเลือดออกในสมองสามารถส่งผลให้เกิดความพิการและการเสียชีวิตตามมาโดยพบว่าผู้สูงอายุที่หกล้มและมีกระดูกสะโพกหัก มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปีถึงร้อยละ 20

หกล้มเพียง 1 ครั้ง…
คุณภาพชีวิตสูญหาย
          เมื่อผู้สูงอายุหกล้มและกระดูกหัก พบว่า 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก และบางส่วนต้องใช้รถเข็นไปตลอด ส่งผลให้ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองและต้องมีคนดูแลตลอดเวลา มีภาวะสับสน มีปัญหาการเคลื่อนไหวทำให้เกิดอาการซึมเศร้าตามมาส่วนผู้สูงอายุที่เคยหกล้ม แม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่จะเกิดอาการวิตก หวาดกลัวการหกล้มซ้ำ ทำให้ไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้คุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ลดลงไปด้วย

เมื่อ 1 คนล้ม…
ไม่ใช่แค่ 1 คนเจ็บ
         เมื่อผู้สูงอายุหกล้มแม้เพียงครั้งเดียวอาจส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างมาก ในบางกรณีผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้อีกเลยทำให้ลูกหลานหรือญาติพี่น้องต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุอย่างเต็มเวลาหรือจ้างผู้ดูแลพิเศษประมาณ 1 ใน 3 ของการหกล้ม จะนำไปสู่การบาดเจ็บตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมากและพบว่าการหกล้มเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเข้าโรงพยาบาลในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปนอกจากนี้การบาดเจ็บจากการหกล้มทำให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่น โดยเฉพาะกรณีกระดูกสะโพกหักผู้ป่วยอาจต้องนอนโรงพยาบาลนานถึง 20 วัน ถ้าผู้ป่วยยิ่งมีอายุมากและมีโรคประจำตัวมีความเป็นไปได้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลหรือนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต

ราคา… ค่าล้ม
         จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้สูงอายุที่หกล้มสูงถึงแสนกว่าบาทต่อคน ต่อครั้งหาก รวมค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เกิดขึ้น เช่น รายได้ที่ครอบครัวต้องเสียไป
เมื่อต้องออกจากงานมาดูแลหรือรายจ่ายที่เพิ่มหากต้องจ้างคนดูแลโดยประมาณการว่าอาจสูงถึง 1,200,000 บาท ต่อคนต่อปีเลยทีเดียว

2. คุณเสี่ยงแค่ไหนที่จะล้ม

        การล้มในผู้สูงอายุเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง มีปัญหาการทรงตัว ปัญหาสายตา การกินยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ง่วงซึม รวมทั้งสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เหมาะสมล้วนเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเสี่ยงมากน้อยเพียงไหนต่อการหกล้ม ลองมาทำแบบประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้มกันดีกว่า โดยตอบคำถามต่อไปนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงการล้มของตนเอง

ก่อนหน้านี้คุณเคยหกล้มหรือเคยบาดเจ็บจากการหกล้มมาก่อนหรือไม่คนที่เคยหกล้มมาก่อน มักจะหกล้มอีก การป้องกันทำได้โดยค้นหาสาเหตุการล้มในครั้งที่แล้วและหาทางลดความเสี่ยง หรือกำจัดปัจจัยเสี่ยงนั้นๆ

รู้สึกว่าแขน-ขาไม่ค่อยมีแรงหรือไม่
         อาการแขน-ขาไม่มีแรงทำให้การเคลื่อนไหว/เดินเหินลำบาก การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนขาให้มากขึ้นได้ ทั้งนี้สามารถทำได้โดยการเข้าร่วมชมรมหรือกลุ่มออกกำลังกาย หรือแม้แต่ฝึกออกกำลังกายง่ายๆ ด้วยตนเองที่บ้าน (คุณไม่กล้าทำกิจวัตรประจำวันหรือไม่กล้าออกกำลังกายเพราะกลัวการหกล้มหรือไม่การกลัวหกล้ม อาจมีประโยชน์ เพราะทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันอาจทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าออกกำลังกาย หรืองดการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ มีข้อแนะนำง่ายๆ โดยการเริ่มจากสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในการออกกำลังกายและทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง อาจเริ่มจากออกกำลังกายเบาๆ ด้วยท่านั่งบนเก้าอี้ จากนั้นค่อยๆ ขยับไปเป็นยืนออกกำลังกาย และออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวไปมา หรือหากกลัวที่จะต้องออกกำลังกายคนเดียว แนะนำให้เข้าร่วมกลุ่มออกกำลังกายต่างๆ

คุณเคยมีปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือไม่
        อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ เป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการหกล้ม เพราะการรีบไปเข้าห้องน้ำให้ทันอาจทำให้หกล้มได้ ปัญหานี้แก้ได้โดยปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ หากต้องเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนแนะนำให้ใช้กระโถน เก้าอี้ขับถ่ายเคลื่อนที่ไว้ข้างเตียงจัดระเบียบทางเดินระหว่างเตียงกับห้องน้ำให้มีแสงไฟเพียงพอ และไม่วางของเกะกะ หรือหากจำเป็นอาจใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เวลากลางคืน

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มือคุณลดลงหรือไม่
        การที่กล้ามเนื้อมือไม่มีแรง หรือมีความแข็งแรงน้อยเป็นปัจจัยสำคัญทำให้หกล้มในผู้สูงอายุ เพราะไม่สามารถจับยึด หรือพยุงตัวเองในขณะที่กำลังถือของ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการถือสิ่งของต่างๆ ขณะเดิน ให้ใส่ของในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าสะพายแทน นอกจากนี้ควรฝึกการออกกำลังกล้ามเนื้อบริเวณมือ โดยปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ถึงการฝึกความแข็งแรงของมืออย่างเหมาะสม

เคยมีปัญหาการสูญเสียการได้ยินหรือไม่
        การได้ยินเกี่ยวข้องกับการทรงตัว แนะนำให้เข้ารับการตรวจการได้ยินกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือแพทย์หูคอจมูก เพื่อตรวจว่ามีปัญหาการได้ยิน และจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังหรือไม่

ความสามารถในการมองเห็นของคุณลดลงหรือไม่
        หรือมีปัญหาการกะระยะลึก-ตื้นและการมองในที่มืดหรือไม่ปัญหาสายตาทำ ให้ผ้สูงอายุไม่สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางทางเดินได้อย่างชัดเจน อาจทำให้สะดุดหกล้ม แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวัดสายตาและตัดแว่นหากจำเป็น และติดไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนบริเวณบ้าน สำหรับผู้ที่มีปัญหาการมองระยะชัดตื้น-ชัดลึก ให้ติดแถบกาวสะท้อนแสง หรือทาสีสะท้อนแสงตามขอบบันได เพื่อให้มองเห็นชัดเจนเวลาขึ้น-ลงบันได

เท้าของคุณมีแผล ตาปลา นิ้วหัวแม่เท้าเอียง หรือนิ้วเท้าผิดรูป ที่ทำให้เวลาเดินแล้วเจ็บหรือต้องเปลี่ยนลักษณะการเดินหรือไม่
        อาการบาดเจ็บที่เท้า ส่งผลต่อการเดิน ทำให้เดินได้ช้า หรือเดินลำบาก เพิ่มความเสี่ยงต่อการลม้ หากคุณมีอาการเท้าชา หรือไม่มีความรู้สึก ให้เพิ่มความระมัดระวังในการก้าวเดิน หรือการวางเท้า ทั้งนี้แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรักษาแผล โรค หรือความผิดปกติของเท้าเพื่อลดปัญหาดังกล่าว

คุณมีอาการหน้ามืดขณะเปลี่ยนท่าทางหรือไม่
        อาการหน้ามืดทำให้เกิดอาการมึนงงหรือเป็นลมได้ ทั้งนี้อาการหน้ามืดเกิดได้จากหลายสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันเลือดขณะเปลี่ยนท่า ดังนั้นเวลาลุกขึ้นนั่ง หรือยืน ให้ทำอย่างช้าๆ และหาที่ยึดเกาะเพื่อความมั่นคงนอกจากนี้การกินยาบางอย่างอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรถึงยาที่กำลังใช้อยู่ และขอคำอธิบายการใช้ยาต่างๆ เพื่อให้ใช้ยาอย่างถูกต้อง

คุณรู้สึกไม่มั่นคงเวลาเดินหรือไม่
         การก้าวเดินที่มั่นคงและการทรงตัวได้ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการล้ม ถ้าคุณมีปัญหาการทรงตัว หรือรู้สึกไม่มั่นคงเวลาเดิน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการประเมินความสามารถในการทรงตัว และขอคำแนะนำการใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่เหมาะสม เช่น ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยัน หากจำเป็นแนะนำให้พกโทรศัพท์ไร้สายหรือมือถือไว้กับตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการรีบเดินไปรับโทรศัพท์ซึ่งเสี่ยงต่อการล้ม หรือสามารถใช้โทรศัพท์มือถือโทรขอความช่วยเหลือได้ทันเวลาหากหกล้ม

คุณใช้ ยานอนหลับยาที่มีผลต่อจิตประสาทยาต้านซึมเศร้าหรือไม่
(เช่น alprazolam,diazepam, amitriptyline)การใช้ยาบางประเภท เช่น ยานอนหลับยาที่มีผลต่อจิตประสาทยาต้านซึมเศร้า อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมตอนกลางวัน หรือส่งผลต่อการทรงตัวแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพือ่ ปรับหรอืลดการใช้ยาดังกล่าว

3. หกล้มเรื่องใหญ่…ป้องกันอย่างไร

     การหกล้ม เกิดไดจ้ากหลายสาเหตุ ไมว่าจะเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง สภาพแวดล้อมในบ้าน การรับประทานยาบางชนิด และการใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะสมมีหลักฐานทางวิชาการระบุว่าวิธีลดความเสี่ยงของการหกล้มที่สามารถทำเองได้ค่าใช้จ่ายน้อย และได้ผลมากที่สุด คือการออกกำลังกาย เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทรงตัวและการเดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหกล้มในผู้สูงอายุ

                  นอกเหนือจากการออกกำลังกายพบว่าการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมภายในบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้านเพื่อผู้สูงอายุการผ่าตัดต้อกกระจกในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการมองเห็นจากโรคต้อกระจก การให้วิตามินดีเสริมในผู้สูงอายุที่มีวิตามินดีพร่อง และการหยุดยาที่มีผลต่อจิตประสาทซึ่งทำให้ง่วงซึม หรือสูญเสียการทรงตัว ซึ่งวิธีการเหล่านี้ควรได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ ก่อนที่ผู้สูงอายุจะดำเนินการด้วยตนเองหนังสือเล่มนี้ จึงเน้นการป้องกันการหกล้มด้วยวิธีการออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลสามารถนำไปปฏิบัติเองได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ ยกเว้นบางรายซึ่งมีข้อจำกัดตามที่ระบุด้านล่าง ให้เลือกวิธีออกกำลังกายอย่างง่ายหรือปรึกษาแพทย์ตามความจำเป็น

เติมกำลังใจ
ก่อนไปเริ่มออกกำลัง
     เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายกับผู้สูงอายุหลายท่านอาจกลัวว่าทำไม่ได้ กลัวจะเหนื่อยเกินไป กลัวจะเป็นอันตราย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้สูงอายุหลายคนไม่ออกกำลังกาย จริงอยู่ที่ว่าการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ อาจก่อให้เกิดอันตรายหากปฏิบัติไม่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่ออกกำลังกายเลย ผู้สูงอายุจะกลายเป็นคนไข้ติดเตียงในที่สุด ลองไปฟังมุมมองที่หลากหลายของผู้สูงอายุที่หันมาออกกำลังกายว่าชีวิตเขาเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ข้อมูลจาก:
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มสผส.)

 

คู่มือป้องกัน การหกล้มในผู้สูงอายุ